ยาชา

คือ ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ใช้ทา หรือฉีด ให้เส้นประสาทในจุดต่าง ๆ ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ มักใช้ในระหว่างทำหัตถการต่าง. ๆ 
ยาชามีหลายแบบด้วยกันค่ะ แตกต่างกันตามประเภทหัตการที่ทำ
 
ยาชาแบบฉีด เป็นยาชาใช้เฉพาะที่ออกฤทธิ์เร็ว กระจายได้ดี แต่กฎหมายระบุต้องใช้เฉพาะแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้นเพราะออกฤทธิ์ในรุนแรงรวดเร็ว
 
ยาชาแบบทา เหมาะสำหรับหัตถการเล็ก ๆ ประเภท เพื่อความสวยงาม เช่น ทาก่อนฉีดโบท็อก ก่อนทำเลเซอร์ ก่อนสักยาชาแบบทา มีหลายยี่ห้อ จากหลายประเทศ สำหรับกฎหมายไทย อนุญาติให้ใช้ยาชาแบบทาเพียง 5 %เท่านั้น ยาชาที่ใช้สำหรับสักคิ้วนั้น โดยปกติผู้ขายจะนิยมขายในเปอร์เซ็นต์สูง เช่น 25,30,35,50,70 แต่ก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ค่ะว่า ฤทธิ์ของยาชาเป็นจริงตามสติ๊กเกอร์ที่เขียนไว้บนกล่องหรือไม่ และที่ควรระวัง อย่าลืมว่ายาชาที่ใช้นั้น หากใช้ใน%ที่มากเกินไป อาจส่งผลต่อการแพ้ได้
 
ยาชาแบบน้ำ (หรือเรียกว่า นาโน) ลักษณะเป็นน้ำ ใช้หยดหลังเปิดผิว หรือระหว่างทำการสัก หลังทาผิวจะมีอาการแสบเล็กน้อย ไม่ควรใช้มากเกินไปเพราะผิวที่เปิดแล้ว ยาชาแบบน้ำจะซึมลงสู่ผิวและกระแสเลือดได้ และออกฤทธิ์รวดเร็วภายใน 1-2 นาที
แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้ผิวแข็ง ออกฤทธิ์เพียง 1-3 นาทีเท่านั้น
 
แบบพ่น หรือแบบสเปรย์ ใช้ฉีด พ่น หลังเปิดหรือระหว่างสัก ยาชาแบบพ่นนี้จะมีความสะดวกรวดเร็ว แต่จะมีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน
 

คำแนะนำในการเลือกซื้อยาชา

1. ผู้ขายที่น่าเชื่อถือ การนำเข้าง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ทุกคนสามารถสั่งของมาขายเองได้ ฉะนั้นผู้ขาย ต้องเคยใช้เอง แนะนำข้อดี ข้อเสีย แต่ละยี่ห้อให้เหมาะกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ ที่สำคัญหากเกิดปัญหา ต้องแน่ใจว่า เราจะสามารถปรึกษาผู้ขายได้
2. ผู้ขาย ต้องมีการจัดเก็บยาชาที่ควบคุมอุณภูมิ ต่ำกว่า 30 องศา ไม่อยู่ในที่อบ ร้อน สีของยาชาต้องเป็นสีขาว หรือ ขาวอมชมพูไม่ใช่สีน้ำตาล หรือ สีดำ การเก็บรักษายาชา เก็บในที่ที่มีอุณภูมิต่ำกว่า 30องศา ไม่ร้อน ไม่อบ เพราะอาจทำให้ยาชาเสื่อมสภาพได้เมื่อเปิดยาชาควรปิดให้สนิทไม่ปล่อยให้อากาศเข้า เพราะจะทำให้ยาชาเสื่อมสภาพและเปลี่ยนสีได้หากยาชาเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาล หรือดำ ควรทิ้งทันที

การแพ้ยาชา ที่ต้องสังเกตุ

  1. หลังทา ผิวเกิดอาการแดง บวม มีผื่นขึ้น อาจเกิดภายใน 5 - 10 นาทีแรก หรือ หลังจากทาไป 20 นาที วิธีการแก้ไข !! รีบเช็ดออก และเปลี่ยนตัวยา อาจเกิดจากยาชาแรงไป หรือแพ้สารเคมีที่อยู่ในยาชานั้น .
  2. ผิวแข็ง กระด้าง ส่งผลต่อการสัก หรือการลงของเข็มที่ยากขึ้นกว่าเดิม ผิวเปื่อย ยุ่ย นิ่ม มีคำถามว่าสักได้ไหม คำตอบคือ หากไม่ได้เปื่อยยุุ่ยมากผิวไม่ได้เละเกินไปก็ยังสามารถสักได้นะคะ แต่หากเปื่อยยุ่ยเกินไปจนมีลักษณะเหมือนรอย ถลอกควรเว้นระยะการสักออกไปก่อนสัก 3-5 วัน เพื่อป้องกันความเสียหายของผิว เกิดภาวะเวียนศรีษะใจสั่น ให้รีบเช็ดออกทันที .
  3. หลังจากทา 1 - 2 วันผิวคล้ำขึ้น เกิดอาการไหม้ เปื่อย และลอกออก เกิดอาการแสบ ตึง การแก้ให้ทาว่านหางจรเข้ หรือ ทายาลดอาการไหม้ของผิวได้ค่ะ หลังจากนี้ผิวที่ไหม้ จากการยาชาจะลอกออก และผิวเกิดเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่ในช่วงแรกอาจจะมีความแตกต่างของสีผิวที่เกิดใหม่กับผิวเดิมอยู่บ้าง แต่ผิวก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมในระยะเวลาไม่นาน . คำเตือน ! ยาชาเป็นยาใช้เฉพาะที่ ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และจำเป็น การใช้ยาชามากเกินไป อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
 
ยาชา #ยาชาสักคิ้ว #ยาชาสักปาก #ยาชานาโน #ยาชาสักตัว #แพ้ยาชา #แพ้ยาชาทำอย่างไร #ผิวไหม้จากยาชา #ยาชา25% #ยาชาแมงป่อง #ยาชาtktx #แพ้ยาชาใจสั่น
แพ้ยาชา ทายาชาผิวบวมแดงไหม้ เกิดจากอะไร ? แก้ปัญหาอย่างไร?

ผิวแดงที่เกิดจากการทายาชาเกิดจากยาที่แรงไป ทานาน ลูกค้าเกิดอาการแพ้ ส่งผลทำให้ผิวไม่เปื่อยยุ่ยหรืออาจจะเกิดภาวะใจสั่นได้ค่ะ 

วิธีการแก้ไข ข้อสังเกตนะคะ.

1. หากทาต่ำกว่า 20 นาทีแล้วเกิดผิวแดงอาจจะเป็นเพราะยาที่แรงเกินไปจนยาชากัดผิว ทำให้ผิวไหม้ ให้รีบเช็ดออกค่่ะ ถ้าไม่มีอาการบวมของผิวก็สามารถสักได้ แต่ต้องรีบสักนะคะ

2. หากทาเกิน 30 นาทีแล้วผิวแดงเกิดจากการทานานเกินไป ยาชาสักคิ้วไม่ควรทานเกิน 30 นาทีค่ะ

3. ผิวบวมแดงให้รีบเช็ดออกทันทีและเปลี่ยนยาชาให้มีเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำลง หรือเปลี่ยนยี่ห้อยาชา เพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะการแพ้ยาทาของลูกค้าเคสนั้นได้

4. หลังจากที่สักไป 3-7 วันผิวไหม้รอบจุดที่ทาเป็นเพราะยาที่แรงเกินไปให้ทานยาตัวที่ลดอาการไหม้ของผิวหรือเจลว่านหางจระเข้ช่วยลดอาการไหม้ ถ้าเกิดภาวะใจสั่นระหว่างทายาชาให้รีบเช็ดออกทันทีให้ลูกค้าดื่มน้ำมากๆ ตั้งหัวให้สูงหรือว่าลุกนั่งดื่มน้ำหวานหรือลูกอมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในร่างกาย แล้วเปลี่ยนยาชาเป็นยี่ห้ออื่นหรือลดเปอร์เซ็นต์ยาชาลงให้ลูกค้าหายจากการเวียนหัวก่อนแล้วค่อยสักครึ่งชั่วโมงค่ะ

ยาชาส่งผลกระทบต่อผิวโดยตรงและอาจซึมเข้ากระแสเลือดได้ การเลือกใช้ยาชาเป็นสิ่งที่สำคัญในการสั่งนะคะเราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไม่ก่อให้เกิดการแพ้ว่าส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ค่ะ

 
วิตามินบำรุงหลังการสักคิ้ว ใช้ตัวไหนดี?

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุงผิวหลังการสักกันบ้างค่ะ ไม่แนะนำให้ใช้วาสลีนเพราะวาสลีน เนื้อหนักไป ทาไปจะทำให้ผิวเกิดการอุดตัน น้ำเหลืองไม่สามารถระบายออกมาได้
 
หลังการสักสักร่างกายจะมีสารคัดหลั่ง มีเลือดไหลออกมา ช่างควรต้องมีวิธีการดูแลรักษาให้ลูกค้าผลิตภัณฑ์ที่ใช้จึงมีความจำเป็นอย่างมาก

ทาว่านหางจระเข้หลังสัก จะช่วยสมานผิวหลังสักได้ดีให้ลูกค้ากลับบ้านเวลาที่ลูกค้าใช้ให้ใช้เพียง 1 ปั๊ม
จะช่วยให้ผิวสมาน และลดอาการคันเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ค่ะ ใช้เพียง 3 วันเท่านั้น
สักปากแล้วเป็นเริม รักษายังไง ?
เริม เกิดจากเชื้อไวรัส Hepes เฮอปีส เกิดได้ที่บริเวณผิวหนัง และส่วนชั้นเยื่อเมือกของร่างกาย  เช่น ปาก ทวานหนัก อวัยวะเพศ ไวรัสชนิดนี้ เป็นแล้ว เป็นซ้ำได้ไม่หายขาด เชื้อจะซ่อนอยู่ที่ปมประสาท
 
ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดเริมได้แก่ ความเครียด อดนอน เจ็บป่วย ประจำเดือน พักผ่อนน้อย ฉะนั้น หลังสักปาก  หากลูกค้ามีภาวะดังกล่าวข้างต้นก็อาจส่งผลให้เกิดเริมได้
 
อาการของเริม  เกิดตุ่มแดง ใส คันขึ้นที่บริเวณปาก หากเริ่มเป็นในช่วงแรก ๆ สามารถใช้น้ำแข็งประคบ หรือทาว่านหางจรเข้สด บรรเทาอาการได้ และรีบซื้อยามาทาทันทีที่มีอาการ จะทำให้อาการทุเลาลง และหายได้รวดเร็ว แต่หากตุ่มเริ่มลุกลาม ก็จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน อ้าปากลำบาก เจ็บ ก็สามารถทานยาร่วมด้วยได้ อาการจะหายภายใน 10-14 วัน ที่สำคัญ ระหว่างที่มีอาการ ควรรักษาความสะอาด หลังทานอาหาร งดการสัมผัส แกะ เกา เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นค่ะ
 
#สักปากแล้วเป็นเริม
ในการสักปาก สามารถเกิดเริมได้ เพราะการสักเป็นหัตถการที่ทำให้ผิวเปิด หากทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ มีการสัมผัสผิวบ่อย ๆ จากมือ การล้างทำความสะอาดผิวไม่สะอาด เกิดภาวะเครียด พักผ่อนน้อย ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ก็สามารถทำให้เกิดเริมขึ้นได้ 
 
คนที่เคยเป็นเริมแล้ว หลังสักอาจมีโอกาสเป็นอีก หรือไม่เป็นอีก
คนที่ไม่เคยเป็นเริม สักปากแล้วอาจจะเป็นเริม ก็อาจเกิดขึ้นได้ ทั้ง 2 กรณี
 
ช่างสักควรอธิบาย ทำความเข้าใจกับลูกค้า ถึงภาวะเสี่ยงดังกล่าวให้ลูกค้าคลายความกังวล และเตรียมรับมือไว้ก่อนเข้ารับบริการ จะเป็นเรื่องดีที่สุดค่ะ